รีวิวหนัง The Art Of Racing In The Rain – อุ่นไอหัวใจตูบ

เรื่องย่อหนัง

หนัง The Art of Racing in the Rain หรือชื่อไทยว่า อุ่นไอหัวใจตูบ จากนิยายขายดิบขายดีความสามารถ การ์ธ สไตน์ สู่ภาพยนตร์ที่บรรยายโดยเจ้าตูบหลักแหลมชื่อว่า เอนโซ (บรรยายเสียงโดย เควิน คอสต์เนอร์) กับเรื่องราวเชิญชวนจับใจของมิตรภาพของมันแล้วก็นายจ้างสุดที่รัก เดนนี่ สวิฟต์ (ไมโล เวนทิมิเกลีย) ผู้เป็นนักแข่งรถฟอร์มูล่า วันมือแม่น เอนโซได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับมนุษย์ รวมทั้งได้รับบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ว่าเคล็ดลับในสนามแข่งขันรถยนต์นั้น สามารถเอามาประยุกต์ให้กับการเดินทางของชีวิตอีกด้วย พร้อมท่องไปในโลกของเจ้าตูบ เอนโซ พร้อมทั้งครอบครัวของเดนนี่ ร่วมด้วยศรีเมียของเขา อีฟ (อะแมนด้า ไซย์ฟรีด) รวมทั้งบุตรสาวที่รัก โซอี้ (ไรอัน คิเอร่า อาร์มสตรอง) ยืนยันความน่ารักน่าเอ็นดูโดยกลุ่มผู้ผลิตจาก “Marley & Me” นำโดยผู้กำกับฯ ไซมอน เคอร์ทิส แล้วก็นักเขียนบทฯ มาร์ค บอมแบ็ก


A dog named Enzo recalls the life lessons he has learned from his race car driving owner, Denny.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว The Art of Racing in the Rain – อุ่นไอหัวใจตูบ
— 7/10 —
ไม่ใช่หนังที่ขายความน่ารักน่าเอ็นดูของสุนัข 
แม้กระนั้นมันเป็นหนังที่ถ่ายทอดชีวิตคนผ่านมุมมองของสุนัข
อบอุ่นพอดี ซึ้งพอใช้ได้ แม้กระนั้นยังไม่สุดสักทาง

หนังชื่อโคตรยาวที่มีเรื่องมีราวราวเกี่ยวกับนักแข่งรถคนหนึ่ง Denny ซึ่งสามารถขับขี่รถกึ่งกลางฝนได้อย่างดียิ่ง ซึ่งชายคนนั้นก็ได้เลี้ยงสุนัขถือตัวหนึ่งชื่อ Enzo รวมทั้งเรื่องราวก็ถูกบอกผ่านตัว Enzo ถึงหลายๆสถานะการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของมัน ทั้งยังความรัก ครอบครัว แล้วก็ชีวิตที่สุดแสนจะอบอุ่น

ซึ่งแวปแรกพวกเราคิดเลยว่ามันจะเป็นหนังแบบ A Dog’s Purpose หรือ A Dog’s Journey เนื่องจากมันเดินเรื่องแล้วก็บอกกล่าวเรื่องด้วยตัวสุนัขแบบเดียวกัน แต่ว่าภายหลังจากดูแล้วมันค่อนจะไม่เหมือนกันพอควร เพราะเหตุว่าในประเด็นนี้มันมิได้เน้นย้ำขายความน่ารักน่าเอ็นดูหรือความสัมพันธ์ของหมากับผู้ครอบครองสักเท่าไหร่ แม้กระนั้นจะจุดโฟกัสที่เรื่องราวชีวิต เรื่องต่างๆของผู้แสดงนำชายที่ถูกเอามาเปรียบเทียบกับการแข่งรถผ่านมุมมองของสุนัขเสียมากกว่า สุนัขจะเป็นเสมือนวิทยากรที่มองเห็นเรื่องราวต่างๆรวมทั้งเอามาเล่าให้ผู้ชมฟังอีกครั้ง

ถ้าดูผิวเผินรวมทั้งมองจากแบบอย่าง + ชื่อแล้ว อาจส่งผลให้นึกออกว่าเป็นหนังแข่งรถที่มีน้องสุนัขร่วมด้วย (ทำให้คิดถึงหนังแฟรนไชส์ Buddie เมื่อก่อน ที่มาเล่นกีฬาต่างๆ) แม้กระนั้นมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น มันลึกซึ้งกว่านั้นมาก เนื่องจากว่าเรื่องราวทั้งสิ้นมันถูกเปรียบเทียบกับการประลอง มันมีเรื่องมีราวราวการแข่งรถเข้ามาครอบพล็อตเรื่องไว้ แต่ว่าการแข่งขันที่จริงจริงของหนังประเด็นนี้มันเปรียบเทียบกับชีวิตของดารานำชายต่างหาก เขาจำเป็นต้องขับขี่รถบนทางชีวิตเพื่อตนเองรวมทั้งในฐานะผู้เป็นบิดา นักแข่งรถที่ดีไม่นึกถึงอดีตกาลหรืออนาคต แต่ว่าจะนึกถึงตอนนี้ รวมทั้งโน่นสะท้อนสถานะการณ์ของดารานำชายได้อย่างดีเยี่ยมกับปัญหาที่เขาจะต้องพบ ดังคำบอกเล่าที่เขาบอกเอาไว้ในหนังว่า “ไม่มีการประลองไหนชนะกันที่โค้งแรก แต่ว่ามีหลายคันแพ้ที่โค้งนั้น” แม้กระทั่งเขาจะหลุดโค้งหรือเข้าโค้งพลาดสักกี่โค้งก็ตาม แต่ว่าเขายังไม่แพ้ ด้วยเหตุว่าโน่นไม่ใช่โค้งสุดท้ายของชีวิต ถูกใจหัวข้อนี้มากมาย เป็นหนังดราม่าชีวิตที่เปรียบเทียบกับการแข่งรถได้คมมาก 

จุดนึงที่น่าชมเชยเลยเป็นคนให้เสียงบรรยาย Enzo เนี่ยล่ะ ผู้ครอบครองเสียงโน่นเป็น Kevin Costner เสียงเขาเพราะเหตุว่ามากมายกกกกก นุ่ม เสนาะหู ทำให้หนังอบอุ่นมากยิ่งขึ้นกกกก รวมทั้งพาร์ทดราม่าก็มองน่าเวทนาจริงๆหากแม้จะไม่มีฉากสวยค่ะๆอย่างหนังสุนัขเรื่องอื่นๆแม้กระนั้นก็มีฉากที่ทำให้พวกเรายิ้มได้อยู่หลายตอนเช่นเดียวกัน ตามมาด้วยดาราหนังในบท Denny กับ Milo Ventimiglia รวมทั้งเขาก็เป็นอีกผู้ที่ทำให้หนังมันมองอบอุ่นเหมือนกันกับเสียงบรรยายของ Enzo เลย แถมฉากสื่ออารมณ์ต่างๆเขาก็ทำออกมาได้ดิบได้ดีในระดับนึงอย่างยิ่งจริงๆ

ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ขั้นแรกของหนังยังรู้สึกเอื่อยเฉื่อยและก็เล่ายาวเกินความจำเป็นสักนิด พึ่งมาเข้มข้น ดราม่าในช่วงท้ายๆที่เล่นเอาน้ำตาคลอหน่วยเช่นกัน แม้กระนั้นมันก็ยังไม่สุดอยู่ดี ไม่ว่าจะในทางไหนของหนังก็ตาม 

โดยรวมแล้ว The Art of Racing in the Rain ไม่ใช่หนังที่ขายสุนัขค่ะๆอย่างหนังสุนัขเรื่องอื่นๆแม้กระนั้นมันเป็นหนังที่ถ่ายทอดชีวิตของชายคนนึงผ่านมุมมองของสุนัข โดยมีสุนัขเป็นผู้เห็นรวมทั้งนำเสนอเรื่องต่างๆแทน เป็นหนังที่ดูแล้วอบอุ่นเล็กๆอยู่ในใจแบบเดียวกัน