รีวิวหนัง Billionaire Boys Club – รวมพลรวยอัจฉริยะ

เรื่องย่อหนัง

หนัง Billionaire Boys Club หรือชื่อไทยว่า รวมพลมั่งคั่งอัจฉริยะ เจอการรวมตัวกลุ่มผู้แสดงร่ำรวยความสามารถ ทารอน เอเกอร์ตัน, แองเซล เอลกอร์ต, เอมม่า โรเบิร์ตส์ แล้วก็เควิน สเปซีย์ ภาพยนตร์ดราม่าเขย่าขวัญเผยแพร่ด้านมืดของแวดวงนักลงทุน ที่หักเหลี่ยมเชือดคมดุเดือดเลือดพล่านไม่แพ้หนังแอคชั่นเรื่องไหน โดยเกิดเรื่องที่เกิดขึ้นในนครลอสแอนเจลิสสมัย 80 ของกรุ๊ปนิสิตวิชาธุรกิจฐานะดีจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นำโดย โจ ฮันท์ (รับบทบาทโดย แอนเซล เอลก็อต) ก่อตั้งคลับนักลงทุนที่ชื่อว่า Billionaire Boys Club ที่คาดหวังมั่งคั่งทางลัดด้วยเคล็ดวิธีแชร์ลูกโซ่ แต่ว่าแผนกลับพังทลายหมดรูป เงินลงทุนที่ระดมมาลอยหายไปกลางอากาศ ทำให้ ฮันท์ และก็หุ้นส่วนเดือดร้อน ฮันท์ ก็เลยพร้อมจะทำทุกสิ่งเพื่อเอาชีวิตรอดหากแม้จำต้องให้มือตนเองเลอะเลือดก็ตาม


A group of wealthy boys in Los Angeles during the early 1980s establish a andapos;get-rich-quickandapos; scam that turns deadly.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว Billionaire Boys Club
— 7.5/10 —
“ตำนานแชร์ลูกโซ่ อายุน้อยร้อยล้าน ที่ทำให้ท่านจะต้องอึ้ง!”

Billionaire Boys Club เป็นหนังที่ผลิตขึ้นมาจากคดีสุดโจษจันในสมัย 80 ของวัยรุ่นชายคู่หนึ่งที่นคร LAในBeverly Hills เกี่ยวกับกรุ๊ปเด็กหนุ่มสาวที่ฝันต้องการจะมั่งคั่งทางลัด โดยมีแกนนำเป็น Joe Hunt (Ansel Elgort) และก็ Dean Karny (Taron Egerton) ได้ร่วมจัดตั้งขึ้นบริษัท BBC ขึ้นมาเพื่อหลอกเหยื่อให้มาลงทุนกับบริษัทโดยจะได้ผลผลกำไรคืนแก่ผู้ที่มาลงทุน หรือ “แชร์ลูกโซ่” นั่นเอง แม้กระนั้นแผนกลับพังทลายหมดท่าเพราะเหตุว่าโดนมิจฉาชีพอย่าง Ron Levin (Kevin Spacey) มาหลอกซะเสียเลย 

หนังเดินเรื่องผ่านมุมมองรวมทั้งการเล่าของ Dean Karny เพียงแต่มุมมองฝ่ายเดียวแค่นั้น ทำให้เรื่องที่เกิดขึ้น พวกเราก็ไม่รู้ได้ว่าจริงเท็จแค่ไหน อย่างกับพวกเรากำลัง “ฟังแต่ฝ่ายเดียว” เสียมากกว่า ตัวหนังเชื้อเชิญให้รำลึกถึงบรรยากาศของ The Wolf of Wall Street เปลี่ยนๆในขั้นแรกๆ(แต่ว่ารายนั้นทำเป็นดีมากกว่ามากมาย) ความเป็นจริงคดีนี้มองน่าดึงดูด รวมทั้งราวกับจะเป็นวัตถุดิบชั้นยอดเยี่ยมสำหรับเพื่อการเอามาทำหนังสักเรื่องอย่างยิ่งจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อความสำคัญหัวข้อการฉ้อโกงตั้งบริษัทแชร์ลูกโซ่ของกรุ๊ปเด็กต้องการร่ำรวย และยังรวมไปถึงการฆาตกรรม แต่ว่าหนังประเด็นนี้กลับทำออกมาได้ไม่ดีซักเท่าไหร่

James Cox ผู้กำกับของหนังหัวข้อนี้ได้กระทำตนหนังออกมาได้บันเทิงใจน่าติดตาม แต่ว่ายังมีความรู้สึกว่า “ไม่สุด” แถมพอสมควรจบแล้วหลังจากนั้นก็ยังกำเนิดอาการเชิญ “เอ๊ะ!” ชักชวน “สงสัย?” อาทิเช่น ข้อความสำคัญของนักแสดงที่หายไปดื้อรั้นๆไม่มีสรุปให้ฟังว่าหายไปไหน หรือใจความสำคัญเรื่องบิดาของ Joe Hunt ที่ราวกับเกือบสัมผัสดราม่าในช่วงท้าย แม้กระนั้นก็ไม่มีอะไรให้ติดตามต่ออยู่ดี 

แต่ว่าหนังปูพื้นเพนักแสดงทั้งคู่ได้อย่างน่าดึงดูด ด้วยกรุ๊ปเด็กที่มีเป้าหมายต้องการร่ำรวยทางลัดด้วยสภาพสังคมที่รายล้อมไปด้วยลูกหนูน้อย ทำให้ผู้แสดงนำชายของพวกเรา Joe Hunt คิดต้องการจะร่ำรวยขึ้นมา และก็ผู้ที่สวมบทนี้เป็น Ansel Elgort ที่พวกเรารู้จักเค้าจากเรื่อง The Fault in Our Stars และก็ Baby Driver การแสดงของเขาทำให้หนังบันเทิงใจแล้วก็ทำให้มองไหลลื่น เพลิดเพลินเจริญใจสุดๆเขาเล่นได้ฉลาดหลักแหลมสมหน้าที่อย่างยิ่งจริงๆ (แต่ว่าบางฉากก็ดูเหมือนกับว่าพวกMLM รวมทั้งการกระทำการตกลงใจหลายๆอย่างมองไม่ค่อยเฉลี่ยวฉลาด) ส่วน Taron Egerton ในหน้าที่เพื่อนสนิทอย่าง Dean Karny ที่ในหัวข้อนี้เขาสู้หน้าทำเล่าเรื่องหลัก และก็การปรากฏตัวของเขาแต่ละฉากเขาก็ทำเป็นดีสุดๆจำเป็นต้องกล่าวได้ว่าทั้งคู่คนนี้ทำให้หนังมองกลมกล่อมละมุนละไมเพิ่มขึ้น แล้วก็อีกผู้ที่จะไม่เอ่ยถึงมิได้เลยซึ่งก็คือ Kevin Spacey ที่มาเล่นบทเป็นมิจฉาชีพนามว่า Ron Levin ซึ่งนับเป็นการกลับมาเล่นหนังของเขาได้อย่างน่ายกย่อง แถมยังแสดงก้าวหน้าไม่มีตกอีกด้วย ภายหลังที่โดนมรสุมชีวิตหนักมิได้แสดงไปตอนนึง เนื่องจากถูกใส่ความว่าก่ออาชญากรรมทางเพศดาราหนังคนไม่ใช่น้อยในแวดวง จนถึงถูกถอออกจากหนังหลายเรื่อง ในปีนี้ถือว่านี่เกิดเรื่องแรกของเขาเลย รวมทั้งได้เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกทีกับ Ansel Elgort อีกด้วย ข้างหลังทั้งสองเลยร่วมงานกันใน Baby Driver ส่วนตัวละครผู้หญิงไม่ว่าจะเป็น Emma Roberts หรือ Suki Waterhouse ก็ถือซะว่าเป็นเพียงแค่ของงามๆสวยๆในเรื่องก็พอเพียง เพราะว่านอกเหนือจากมาโชว์หุ่นสุดเซี้ยของคุณแล้ว ก็มิได้มีอะไรให้น่าจำเลยหรือได้มองเห็นการแสดงของคุณสักเท่าไหร่

โดยภาพรวมหนังหัวข้อนี้ค่อนข้างจะบันเทิงใจ รวมทั้งเพลินใจไปได้กับการแสดงของทั้งคู่ดาราหนังชายหนุ่ม (สำหรับผู้หญิงเพียงแค่ความหล่อกับมาดโก้ๆของทั้งคู่คนก็ขาดลอยแล้ว) นี่ก็เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ ถ้าหากลงทุน(มอง)ไปกับมันก็ไม่เสียหายนะ แต่ว่ารับประกันไม่ขาดทุน